Money Matters เงินทองต้องรู้ : เคล็ดลับอภิมหาเศรษฐี วอร์เรน บัพเฟตต์ และ คาร์ลอส สลิม

เวลาอ่านข่าวรายชื่ออภิมหาเศรษฐีที่เขาจัดอันดับกัน เคยสงสัยไหมคะว่า เขารวยกันได้อย่างไร ดิฉันลองเปรียบเทียบประวัติของวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักธุรกิจนักลงทุนชาวอเมริกัน กับ คาร์ลอส สลิม นักธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก ทั้งสองเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งพบว่า มีข้อที่คล้ายกันหลายอย่างค่ะ

อย่างแรกเลย คือ ความประหยัด มัธยัสถ์ แม้ทั้งสองจะได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีของโลกแต่เขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตพอเพียงเหมือนกันด้วย ในส่วนของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เขายังคงอาศัยในบ้านหลังเดิม ซื้อมาตั้งแต่ปี 2501 ไม่ได้มีคฤหาสน์ใหญ่โต เขาไม่ได้มีบ้านพักตากอากาศในหลายประเทศเหมือนกับมหาเศรษฐีทั่วไป ส่วนรถยนต์ของเขานั้นก็เป็นรถเก่าที่เขาขับเอง ไลฟ์สไตล์ของเขา วอร์เรนไม่ชอบไปงานสังคม มีความสุขอยู่กับบ้าน นั่งดูทีวี กินป๊อบคอร์นพร้อมดื่มโค้ก ทางด้านคาร์ลอส สลิมนั้น ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความประหยัด มัธยัสถ์เช่นกัน เพราะเขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน พ่อของเขาสอนให้ลูกๆ ทุกคนทำบัญชีรับจ่าย ซึ่งคาร์ลอสก็จดบันทึกรับจ่ายตั้งแต่เด็กค่ะ ในส่วนของการใช้ชีวิต เขาอยู่บ้านหลังเดิมที่อยู่มาแล้ว 30 ปี มีเพียง 6 ห้องนอน เขาชอบเดิน ขับรถเอง และใช้ปากกาและกระดาษจดบันทึก นอกจากนี้ เขายังใช้นาฬิกาข้อมือพลาสติกราคาถูกที่มีเครื่องคิดเลขในตัว และให้พนักงานสรุปข้อมูลให้ได้ในหนึ่งหน้ากระดาษ

อ่านข้อแรกแล้วทำให้คิดได้เลยว่า เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนมใบเก๋ราคาแพงลิบ การกินข้าวแพงๆ รวมทั้งอุปกรณ์ไฮเทคมากมายเกินจำเป็น อาจให้ความสุขแก่เราชั่วครู่หรือตอนที่ได้มาใหม่ๆ แต่พอนานไปก็เก่าตกรุ่นค่ะ ถ้าอยากรวย อยากมีเงินเก็บ ลองทำตามสองมหาเศรษฐีนี้คือ ใช้ชีวิตอย่างประหยัด ลด ละ เลิกการใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยไม่จำเป็น ซึ่งนั้นย่อมหมายถึง เงินออมเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นค่ะ

เริ่มลงทุนเร็ว วลีที่ว่า ออมก่อนรวยกว่า นี่เป็นจริงค่ะ เพราะมหาเศรษฐีทั้งสองเขาเริ่มต้นลงทุนกันเร็วจริงๆ วอร์เรนเริ่มลงทุนครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ ด้วยการซื้อหุ้น และเมื่อเขาอายุ 14 ปี เขาซื้อไร่แล้วค่ะ ส่วนคาร์ลอส เขาเริ่มลงทุนครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบเช่นกัน โดยลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาล หลังจากนั้นอายุ 15 ปี เขาซื้อหุ้น พออายุ 26 ปี เขาก็มี 40 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วค่ะ

เห็นเคล็ดลับข้อนี้แล้ว อดระลึกความหลังไม่ได้เลยว่า ตอน 11 ขวบ เรากำลังทำอะไรอยู่นะ ไม่เป็นไรค่ะ เราย้อนอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุดได้ ถ้าใครยังไม่ได้เริ่มออม เริ่มลงทุน ก็ต้องบอกตัวเองว่า เริ่มได้แล้วค่ะ ส่วนใครที่มีบุตรหลาน การสอนให้เค้าเริ่มออมเริ่มลงทุน เป็นสิ่งสำคัญนะคะ เรียนรู้แต่เล็กยิ่งดี ยิ่งถ้าเขาได้มีโอกาสเก็บเงินด้วย ก็เป็นการสร้างวินัยลงทุนตั้งแต่เด็กค่ะ

ลงทุนในหุ้น เหตุที่ทำให้มหาเศรษฐีทั้งสองรวย รวย และก็รวย มาจากการลงทุนค่ะ มหาเศรษฐีบางคนอาจรวยมากจากการสร้างธุรกิจและบริหารกิจการ แต่มหาเศรษฐีสองคนนี้ มีความคล้ายกันคือ ลงทุนในหุ้น ถามว่า ลงทุนในหุ้นมีข้อดีมากกว่าการบริหารสร้างกิจการเองไหม เชื่อว่าบางคนอาจเกิดคำถามนี้ขึ้นในใจ เพราะแน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากเป็นเถ้าแก่น้อย อยากสร้างธุรกิจเล็กๆ ของตนเองให้เติบใหญ่ขึ้นมา แต่มีกี่คนคะที่จะประสบความสำเร็จเช่นนั้นได้ คงต้องถามก่อนว่า คุณมีความรู้ความชำนาญแค่ไหน มีเงินทุนมากพอไหม ตลาดมีการแข่งขันสูงหรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นเจ้าของกิจการเริ่มประกอบธุรกิจแล้วเวลาถึงจุดเปลี่ยนอาจจะเปลี่ยนยากค่ะ เช่น ถ้ามีคู่แข่งเพิ่มเข้ามา มีรายใหญ่เข้ามาซื้อกิจการ ที่คิดว่าจะประกอบธุรกิจระยะยาวก็อาจจะไม่ยาวอย่างที่คิด ส่วนการเป็นผู้ถือหุ้นนั้น ก็เป็นเจ้าของกิจการเช่นกัน แต่มีข้อดีคือ ถ้าสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง เราเข้าง่ายออกง่าย เช่น ถ้าธุรกิจเข้าสู่ช่วงซบเซา ก็สามารถออกได้ทันทีด้วยการขายหุ้น ในทางกลับกัน ถ้าเรามีมุมมองว่า ธุรกิจใดกำลังจะเติบโต กำลังจะไปได้ดี ก็เข้าไปลงทุน ไปเป็นผู้ถือหุ้นกับเขาได้ด้วยการซื้อหุ้นค่ะ

สำหรับเทคนิคการซื้อหุ้นของสองมหาเศรษฐีถือว่า ไม่ธรรมดา ในฝั่งของวอร์เรน เขาจะมองหาหุ้นดีที่ราคาถูก ดังนั้น ถ้าใครคิดจะเล่นหุ้น ก็ต้องไปทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ราคาหุ้นที่ว่าถูก P/E ถูก เขาดูกันอย่างไร วอร์เรนจะเลือกธุรกิจที่คู่แข่งเข้ามาได้ยาก ซึ่งหมายถึง บริษัทนั้นมีศักยภาพที่จะสามารถทำกำไรได้ในระยะยาวค่ะ คาร์ลอสก็เช่นกันเขาก็เลือกหุ้นราคาถูก ดังนั้น ก่อนที่จะซื้อหุ้น นอกจากดูธุรกิจว่า มีการเติบโตไหม บริษัทที่เราเลือกลงทุนมีศักยภาพในการเติบโตหรือเปล่า ท้ายสุดก็ต้องเปรียบเทียบราคาว่า ราคาที่เราจะเข้าซื้อ ณ ตอนนี้ ถูกหรือยัง หรือแพงเกินไป ถึงแม้เป็นหุ้นดี แต่ถ้าราคาขึ้นไปเยอะแล้ว ก็ไม่แนะนำ เพราะมีต้นทุนที่แพงค่ะ

เคล็ดลับการลงทุนที่สำคัญอีกข้อคือ ลงทุนทวนกระแส ทวนในที่นี้คือ เขาจะเลือกซื้อของถูกในตอนที่คนอื่นไม่กล้าซื้อค่ะ อย่างเช่น ในตอนวิกฤตซับไพรม์ หุ้นสหรัฐฯ ตกลงมาก นักลงทุนอื่นถอยหรือขาดความมั่นใจในหุ้นสหรัฐฯ แต่สองมหาเศรษฐีนี้มองเป็นโอกาสการลงทุนค่ะ สำหรับคาร์ลอส สลิมนั้นเริ่มตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจลาตินอเมริกาที่เขาเข้าไปซื้อหุ้นราคาถูกทั้งห้างสรรพสินค้า และกิจการต่างๆ ส่วนในช่วงซับไพรม์ เขาก็เข้าไปลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อสาร หุ้นสาธารณูปโภค จะเห็นได้ว่า ในช่วงวิกฤต การลงทุนทวนกระแสก็คือการซื้อของดีตอนราคาถูกนั่นเอง แต่เคล็ดลับนี้ก็ไม่ใช่ว่า จะนำไปใช้ตามแบบไม่ดูตาม้าตาเรือนะคะ เพราะไม่ใช่ว่าทุกธุรกิจจะฟื้นตัวได้เร็ว การศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

การจะรู้ว่าหุ้นตัวไหนราคาถูก ธุรกิจไหนจะไปได้ดี หนีไม่พ้นการศึกษาข้อมูล เคล็ดลับอีกข้อที่เห็นจากสองมหาเศรษฐี คือ ชอบการอ่านหนังสือค่ะ วอร์เรนชอบอ่านหนังสือ เขาจะอ่านหนังสือพิมพ์วันละ 5 ฉบับ อ่านรายงานผลการประกอบการของบริษัทต่างๆ ทุกวัน ส่วนคาร์ลอส ได้แรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือ ที่ทำให้เขามีกลยุทธ์การลงทุนที่มองเห็นโอกาสก่อนคนอื่น ดังนั้น ถ้าอยากจะเป็นนักลงทุนที่รวยเหมือนสองมหาเศรษฐีนี้ อาศัยโชคอยากเดียวคงไม่พอค่ะ ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารและศึกษาข้อมูลต่างๆ ด้วย ซึ่งในยุคอินเทอร์เน็ตนี้ การหาข้อมูลทำได้ไม่ยากค่ะ อยู่ที่เราจะขวนขวายหาหรือเปล่า และสำหรับวอร์เรนแล้วถ้าเขาไม่รู้ เขาจะไม่ลงทุนค่ะ เขาจะเลือกลงทุนในสิ่งที่เขา “รู้” เสมอ

จะเห็นได้ว่า เคล็ดลับดีๆ ของสองมหาเศรษฐีนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะปฏิบัติตามค่ะ และการเริ่มต้นที่ดี การเริ่มต้นที่เร็วก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จเป็นนักลงทุนที่ร่ำรวย ส่วนคุณจะรวยมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้คุณเริ่มแล้วหรือยัง และคุณมีวินัยทางการเงินดีพอหรือยังด้วยค่ะ

เปิดโลกการเรียนรู้สู่การลงทุน ต่อยอดสู่ความมั่งคั่งด้วยตัวคุณเองได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย ห้องสมุดมีหนังสือดีๆ ด้านการเงินการลงทุนมากมาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มากกว่า 20,000 เล่ม รอให้ทุกท่านได้มาเรียนรู้

ห้องสมุดมารวย ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ แห่งใหม่ บนถนนรัชดาภิเษก ติดกับสถานฑูตจีน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 21.00 น. เดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ออกประตู 3 ติดตามความรู้ที่น่าสนใจ กิจกรรม และหนังสือใหม่ของห้องสมุดคลิก www.maruey.com

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ที่มา : หนังสือ Money Matters เงินทองต้องรู้
เขียนโดย : คุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง
‪#‎maruey‬ ‪#‎marueylibrary‬ ‪#‎MKRC‬ ‪#‎SET‬ ‪#‎WarrenBuffett‬ ‪#‎CarlosSlim‬

อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ข้างสถานทูตจีน)

  • เลขที่ 93 ชั้นใต้ดิน ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
  • โทร. 0-2009-9777
  • ทุกวัน เวลา 08:30 - 21:00 น.
  • ที่ตั้งห้องสมุด